ประวัตินักเตะ โรแบร์โต้ บาจโจ้ สุภาพบุรุษเปียทองคำ

โรแบร์โต้ บาจโจ้ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1967 ที่เมืองกัลดอญโญ ประเทศอิตาลี โดยในวัยเด็กเจ้าตัวชื่นชอบในการปั่นจักรยานอย่างมากแล้วพ่อของเขาก็สนับสนุนเต็มที่ แต่สุดท้ายบาจโจ้ก็ได้ค้นหาตัวเองเจอว่าจริงๆแล้ว ตัวเองชอบเล่นฟุตบอล และนั้นทำให้บาจโจ้เลิกล้มที่จะเป็นนักปั่นจักรยานแล้วหั่นมาเอาดีทางด้านฟุตบอลแทน โดยตัวเขาในวัยเพียงแค่ 9 ขวบก็ได้เข้าไปเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นอย่าง เคลาร์ดอญโญ

แต่เจ้าตัวมีฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยเป็นอย่างมากทำให้บาจโจ้ในวัย 13 ปี ได้ถูกดึงตัวไปเล่นให้กับสโมสรวีเซนซา ทีมจากลีกดิวิชั่นสามของอิตาลีและก็ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีก็สามารถขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ได้แล้ว ก่อนที่ฤดูกาล 1984/1985 เจ้าตัวจะระเบิดฟอร์มเทพยิงจนพาทีมจากซีรี่ย์ ซี ขึ้นสู่ ซีรี่ย์ บี 

แต่แล้วความโชคร้ายก็มาเยือนบาจโจ้อย่างฉับไว เนื่องจากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บอย่างรุ่นแรงถึงขนาดที่จะต้องเลิกเล่นฟุตบอลได้เลย แต่ด้วยฝีเท้ามีมหัศจรรย์ของเขาทำให้สโมรยักษ์จากอิตาลีอย่างฟิออเรนจิน่าได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องการรักษา

หลังจากนั้นเซ็นสัญญานักเตะกับเขา โดยเจ้าตัวต้องทุกข์ทนอยู่ 2 ปีในการรักษาตัวและอดหลังเล่นให้กับสโมสรใหม่ แต่พอย่างเข้าสู่ปีที่ 3 บาจโจ้ก็หายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาลงช่วยสโมสรพร้อมทั้งระเบิดฟอร์มเก่งให้กับทีมได้

จนทำให้ในปี 1988 บาจโจ้ได้มีชื่อติดทีมชาติอิตาลีครั้งแรกด้วยวัยเพียง 21 ปี โดยการทีมส่วนร่วมให้ทีมชาติอิตาลีเอาชนะทีมชาติฮอนแลนด์ไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 โดย 2 ลูกนั้นมาจากการแฮสซิสของเจ้าตัวถ้วนๆ ได้เจ้าตัวก็ได้สถาปณาตัวเองขึ้นมาเป็นตัวเก่งของสโมสรฟิออเรนติน่าได้อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในปี 1990 ที่บาจโจ้จะพาทีมเอาสู่รอบชิงยูฟ่า คัพได้สำเร็จแต่ก็น่าเสียดายที่พลาดท่าให้กับยูเว่ในนัดนั้นไป

แต่ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงที่เจ้าตัวได้แสดงให้ม้าลายเห็น ทำให้ ยูเว่ ไม่รอช้าที่จะสอยตัวเขาไปร่วมทัพหลังจากจบศึกนั้นในทันที ด้วยค่าตัวสถิติโลกถึง 8 ล้านปอนด์ ส่งผลในเขากลายเป็นนักแตะที่แพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้นทันที โดยในฤดูกาล 1993 นั้นเป็นยุคทองของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ในรายการยูฟ่า คัพ บาจโจ้พาม้าลายคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพและเป็นแชมป์แรกของเจ้าตัวด้วยการยิงคนเดี่ยว 3 ประตูในนัดชิง

โรแบร์โต้ บาจโจ้
โรแบร์โต้ บาจโจ้

โรแบร์โต้ คว้ารางวัลสุดยอดผู้เล่นอย่างบังลงดอร์ในปี 1993

จากวีรกรรมนี้ของเจ้าตัวทำให้เขาโดดไปคว้ารางวัลสุดยอดผู้เล่นอย่าง บังลงดอร์ในปี 1993 ได้อีกด้วย ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาเจ้าตัวก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการพาทีมยูเว่คว้าดับเบิลแชมป์อย่างแชมป์กัลโซ่ และโคปปา ไปประทับไว้ในตู้โชว์ได้อีกด้วย

โดยสไตค์การเล่นของบาจโจ้นั้น เจ้าตัวเล่นในตำแหน่งหน้าต่ำ เนื่องจากเจ้าตัวมีพรสวรรค์ในการยิงและจ่ายบอลได้อย่างขั้นเทพ และเทคนิคการเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ได้อย่างช่ำชอง และในปี 1994 เจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติอีกครั้งในศึกฟุบอลโลก ปี 1994 และในฟุตบอลโลกครั้งนั้นเจ้าตัวก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงยิงไปถึง 7 ลูก นั้นจึงส่งผลให้อิตาลีผ่านไปถึงรอบชิง

แต่แล้วเรื่องดราม่าก็เกิดขึ้นมันเป็นเหมือนฝันร้ายของเจ้าตัวเป็นอย่างมาก เพราะในการยิงจุดโทษครั้งนั้นเขาเป็นคนสังหารจุดโทษคนสุดท้ายถ้าเขายิงเข้าจะต่อชีวิตของอิตาลี แต่ถ้าไม่ทีมแพ้ในทันทีและก็อย่างที่ใครๆรู้กันจุดโทษในครั้งนั้นของเจ้าตัวก็ส่งผลให้ทีมชาติอิตาลีอดจับถ้วยฟุตบอลโลกไปอย่างน่าเสียดาย

และนั้นเป็นเหมือนฝันร้ายที่ของหลอกหลอนเจ้าตัวมาจนทุกวันนี้ เพราะหลังจากจบทีมชาติฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็ดรอปไปทันทีจนสุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ต้องออกจากม้าลาย และย้ายไปร่วมทัพปีศาจแดง-ดำอย่าง เอซี มิลาน ในปี1995 และหลังจากที่ย้ายไปเอซี ในฤดูกาลแรกก็ระเบิดฟอร์มเก่งอีกครั้งด้วยการพาทีมคว้าแชมป์กัลโซ่ ซีรี่ย์เอในปี 1995/1996 ก่อนที่เจ้าตัวจะออกเดินทางย้ายไปเล่นให้กับโบโลญญาเป็นช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่ในฤดูกาล 1998 จะย้ายไปเล่นในกับ อินเตอร์มิลาน

แต่ความซวยของเจ้าตัวก็ยังไม่หมดเมื่อกุนซืออย่าง มาร์เชลโล ริปปี้ ได้ดรอปตัวเขาไว้อยู่ที่ข้างสนามเกือบจะทุกนัดทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ทำให้การย้ายไปอยู่กับงูใหญ่ช่วงระยะเวลา 2 ปีเจ้าตัวแทบจะไม่ได้ลงเล่นเลย จนทำให้เขาต้องเก็บกระเป๋าเดินทางไปเล่นให้กับสโมสรเล็กๆอย่าง เบรชชา ทีมอยู่ที่ใกล้ๆกับบ้านเกิดของเขาเขาใช้เวลาอยู่ที่นั้นเกือบ 5 ปี ก่อนที่เจ้าตัวจะประกาศแขวนสตั๊ดไปในที่สุด

Histats.com © 2005-2019 - GDPR: tracker policy -Integrate your policy - this website PRIVACY POLICY - Check/do opt-out