จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จากมิดฟิลด์ “อาแปะ” สู่ “กัปตันออฟยุโรป”

จอร์แดน  เฮนเดอร์สัน เด็กหนุ่มชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 1990 เติบโตมาในเมืองซันเดอร์แลนด์ ในย่าน ทายน์แอนด์เวียร์ เริ่มต้นฝึกฟุตบอลกับโรงเรียนท้องถิ่นที่มีชื่อว่า ฟาริงดอน คอมมิวนิตี้ อะคาเดมี เฮนเดอร์สัน ในวัยเยาว์มีทักษะลูกหนังที่โดดเด่น จนไปเตะตาเข้าให้กับแมวมองของทีมประจำเมืองอย่าง แมวดำซันเดอร์แลนด์ และถูกดึงเข้าอะคาเดมีของสโมสรในปี 1998 ด้วยวัยเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น

          เฮนโด้น้อย ใช้เวลาขัดเกลาและพัฒนาทักษะลูกหนังอยู่ 10 ปี จึงถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ และได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในชีวิตกับ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2008 เขาประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่เมื่อเดือน พฤศจิกายน ปี 2008 ในเกมที่บุกไปแพ้ เชลซี 5-0 โดยได้โอกาสลงเป็นตัวสำรอง จากนั้น เฮนเดอร์สัน ก็ได้ออกสตาร์ทเป็นผู้เล่นตัวจริงให้กับทีมในเกม ลีก คัพ ที่เปิดบ้านพบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 

          ต่อมาในช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2009 ซํนเดอร์แลนด์ ได้ตัดสินใจปล่อย เฮนเดอร์สัน ออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวระยะสั้น 1 เดือน ให้กับ โคเวนทรี ซิตี้ ในศึก แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม จึงได้รับการขยายระยะเวลายืมตัวออกไปจนจบซีซั่น หลังจากนั้น เฮนเดอร์สัน ทำประตูแรกในอาชีพพ่อค้าแข้งได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับ นอริช ซิตี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2009 แต่ต่อมาเจ้าตัวดันโชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก ทำให้ถูกส่งตัวกลับสโมสรแม่อย่าง ซันเดอร์แลนด์ ทันที ในช่วงเดือน เมษายน 2009

          ฤดูกาลถัดมา หลังจากรักษาอาการบาดเจ็บจนหายดีแล้ว เฮนเดอร์สัน มีบทบาทในทีมชุดใหญ่มากยิ่งขึ้น จนสามารถทำประตูแรกภายใต้สีเสื้อของ “แมวดำ” ได้สำเร็จ ในเกม ลีก คัพ รอบ 3 ที่เอาชนะ เบอร์มิงแฮม ไป 3-0 หลังจากนั้นก็มาซัดประตูแรกบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้ในเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือน ธันวาคมปี 2009 ภายใต้แทคติกของ ซันเดอร์แลนด์ ตำแหน่งถนัดของเขาที่ได้เล่นบ่อยๆคือ มิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งขวา แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่ถูกโยกเข้ามาเล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง ด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในปีนั้น พอถึงเดือนเมษายนปี 2010 ซันเดอร์แลนด์ จึงตัดสินใจมอบสัญญายาวฉบับใหม่ให้กับเขาเป็นระยะเวลา 5 ปีด้วยกัน ทั้งยังคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองถึง 2 ฤดูกาลซ้อน (2009-2010, 2010-2011)

ประวัติ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
ประวัติ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

          ตลาดซัมเมอร์ปี 2011 ได้มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในชีวิตของเขา เมื่อ ลิเวอร์พูล หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้การคุมทัพของ เคนนี่ ดัลกลิช ได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 20 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีม ซึ่งเพียงแค่เกมแรกของฤดูกาล 2011-2012 เฮนเดอร์สัน ก็ได้โอกาสประเดิมสนามในสีเสื้อ “หงส์แดง” ในเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ ต้นสังกัดเก่า ที่จบลงด้วยสกอร์ 1-1 และสามารถทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในเกมที่พบกับ โบลตัน ที่เอาชนะไปได้ 3-1

          ในช่วงซัมเมอร์ฤดูกาล 2012-2013 ลิเวอร์พูล ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือมาเป็น แบรนดอน รอดเจอร์ส ซึ่งก็ทำให้อนาคตของ เฮนเดอร์สัน นั้นเริ่มไม่แน่นอน จนมีข่าวว่าเขาจะถูกปล่อยออกจากทีมไป แต่ด้วยความใจสู้ และทัศนคติอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เขาสามารถเอาชนะใจนายใหญ่คนใหม่ และก้าวขึ้นมายึดตัวหลักของทีมได้สำเร็จ

          แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เข้ามาสู่ชีวิตเขาอีกครั้ง เมื่อฤดูกาล 2015-2016 ภายหลังการอำลาทีมของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด สุดยอดนักเตะ และกัปตันผู้เป็นตำนานของสโมสร เฮนเดอร์สัน คือผู้ที่ได้รับเลือกให้สืบทอดภาระหน้าที่กัปตันทีมอันยิ่งใหญ่ต่อจาก สตีวี่จี ท่ามกลางความข้องใจ ความไม่มั่นใจ ของเหล่าแฟนบอล “เดอะ ค็อป” ว่า เฮนเดอร์สัน เหมาะสมแล้วจริงๆเหรอ กับบทบาทผู้นำคนใหม่ในทีม โดยเฉพาะในเรื่องของฝีเท้า ที่แทบจะไม่มีอะไรโดดเด่น ส่วนใหญ่จะทำได้แค่จ่ายบอลไปมา จนได้รับฉายาว่า “อาแปะ” แต่ด้วยบุคลิกความเป็นผู้นำ ความทุ่มเทที่มีต่อทีม ต่อทุกโอกาสที่ได้รับเมื่อลงสนาม ทำให้ เฮนโด้ ยังคงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่กัปตันเรื่อยมา

          จนมาถึงปัจจุบันในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮนเดอร์สัน ก็ยังคงเป็นกัปตัน และเป็นกำลังหลักของทีม ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิง ฟุตบอล ลีก คัพ และ ยูโรป้า ลีก เมื่อ ฤดูกาล 2015-2016 จนมาในฤดูกาล 2017-2018 ที่เขาพาทีมเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด แต่มาในฤดูกาลล่าสุดที่เพิ่งปิดฉากลงไป เฮนเดอร์สัน ในฐานะกัปตันทีมได้สร้างตำนานบทใหม่ ด้วยการนำทัพ “หงส์แดง” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนคว้าอันดับ 2 ในลีกไปครอง ด้วยการเป็นรองแชมป์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้น การพา ลิเวอร์พูล เถลิงบัลลังก์แชมป์เจ้ายุโรป ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นสมัยที่ 6 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ 

          หากให้ย้อนไปเมื่อ 3-4 ฤดูกาลก่อนคงไม่มีแฟนบอล “หงส์แดง” ท่านใดคิดหรอกว่า นักเตะธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม ในแบบที่แฟนบอลต่างส่ายหัว ด้วยฝีเท้าแสนธรรมดา จนได้ฉายาว่า “อาแปะ” จะกลายมาเป็นผู้นำทีม ผู้เริ่มต้นตำนานบทใหม่ ด้วยการพาทีมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนเวทียุโรปอีกครั้ง พร้อมเดินสง่าขึ้นไปบนเวทีรับถ้วย และลงมาในฐานะ “กัปตันออฟยุโรป”

Histats.com © 2005-2019 - GDPR: tracker policy -Integrate your policy - this website PRIVACY POLICY - Check/do opt-out